วัดพระคริสตเจ้ากษัตริย์แห่งจักรวาล
8 ถ.เลย-เชียงคาน ต.กุดป่อง อ.เชียงคาน จ.เลย
ตู้ ป.ณ. 15 อ.เมือง จ.เลย  4200
โทร. 0-4281-1794

             เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่มีหมู่บ้านคริสตังในจังหวัดเลย คือ หมู่บ้านท่าบม บรรดามิชชันนารีจำเป็นจะต้องผ่านเมืองเลย เพื่อไปแพร่ธรรมที่นั้น แต่ว่าไม่มีที่พักในเมือง ดังนั้นเมื่อ คุณพ่อแอรี่  ทีล ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าวัดที่ท่าบม ในปี ค.ศ. 1964 ท่านจึงได้ดำริที่จะตั้งวัดขึ้นที่เมืองเลยด้วย
คุณพ่อแฮรี่  ทีล CssR.
               คุณพ่อแฮรี่ ทีล
มาถึงท่าบม เพื่อรับหน้าที่เจ้าวัด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 1964 วันรุ่งขึ้นท่านก็ไปที่เมืองเลย เพื่อจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของวัด เริ่มแรกมีผู้ถวายที่ดิน จำนวน 16 ไร่ พร้อมกับบ่อน้ำให้ที่บริเวณหนองผักก้าม ซึ่งได้นำมาใช้ในการสร้างบ้าานพักคุณพ่อและวัด (อยู่ระหว่างเส้นทางไปสู่อำเภอเชียงคาน) ท่านยังได้ซื้อบ้านพร้อมที่ดินอีกหลังหนึ่ง คือ บ้านเลขที่ 12 ถนนมะลิวัลย์ ซึ่งต่อมาในเดือนสิงหาคม 1964 ได้ใช้เป็นบ้านของคุณพ่อเจ้าวัด ทรัพย์สินต่าง ๆ ตลอดจนบ้านและวัดได้ใช้ทุนทรัพย์ของทางสังฆมณฑลส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งจากความอุตสาหะของคุณพ่อแฮรี่ เมื่อบ้านพักเลขที่ 12 ถนนมะลิวัลย์ เสร็จสมบูรณ์ดีแล้ว คุณพ่อแฮรี่ ได้ปรึกษากับพระสังฆราชดูฮาร์ด ได้เสนอให้ท่านส่งพระสงฆ์มาประจำในฐานะคุณพ่อเจ้าวัด ซึ่งพระคุณเจ้าก็เห็นดีด้วย
คุณพ่อเรย์ เบรนแนน CssR.
               คุณพ่อเรย์ เบรนแนน  CssR.
               คุณพ่อฟอเรย์ เบรนแนน
มาถึงเมืองเลยเพื่อรับหน้าที่เจ้าวัดต่อจากคุณพ่อแฮรี่ ในวันที่ 10 ธันวาคม 1965 ต่อมา คุณพ่อแฮรี่ ไปแพร่ธรรมกับชาวเขาเผ่ามัง ทางทิศตะวันตก
               คุณพ่อเรย์ เป็นเจ้าวัดอยู่ที่เมืองเลยตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 1965 ถึง 21 มีนาคม 1966 ในเวลานั้นมีครูคำสอน 7 คน อยู่ภายใต้การดูแลของท่าน ได้ร่วมกันแพร่ธรรมไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ  ในช่วงนี้คุณพ่อได้ดปรดศีลล้างบาปแก่ชาวบ้านราวร้อยคน
               กิจการด้านอื่น ๆ ก็มิได้ละเลย คุณพ่อเรย์ได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ หลายโครงการ เช่น โรงงานทอผ้าไหม ฟาร์มไก่ขนาดประมระมาณห้าพันตัว ปลูกสร้างอาคารสำหรับทอไหม ปลูกหม่อน ส่งผู้ดูแลโครงการไปรับการอบรมเพื่อกลับมาดูแลโครงการนี้ แต่ในที่สุดโครงการต่าง ๆ เล่านี้ก็ประสบความล้มเหลว รวมทั้งผู้รับศีลล้างบาปใหม่ส่วนใหญ่ก็อยู่ในชะตากรรมเดียวกันนี้ด้วย คือมีน้อยคนนักที่ยังคงถือสัตย์ซื่อต่อศีลล้างบาปที่ตนได้รับ
คุณพ่อแฮรี่ ทีล CssR.
               ในเดือนมีนาคม 1969 คุณพ่อแฮรี่ ได้กลับมาเป็นเจ้าวัดอีกครั้ง แทนคุณพ่อเรย์ ในการกลับมาครั้งนี้ ท่านได้อพยพชาวเขามังที่ต้องการเผชิญกับความยากลำบากในการเจริญชีวิตที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ซึ่งคุณพ่อเคยทำงานอยู่ก่อนมาด้วยจำนวน 18 ครอบครัว จากจุดนี้เองจึงทำให้มีชาวมังอาศัยอยู่ในจังหวัดเลยเรื่อยมา คุณพ่อแฮรี่ได้เปลี่ยนโรงงานทอผ้าไหมเป็นโรงเรียนขนาด 4 ห้องเรียน และได้ใช้เวลาในช่วงเดือนสุดท้ายในสมัยของท่าน ช่วงครอบครัวชาวมังให้เริ่มการทำไร่ทำนาในพื้นที่บริเวณรอบ ๆ โรงเรียนและวัด
คุณพ่อฟรังซิส  โกโตร CssR.
                 คุณพ่อโกโตร ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคุณพ่อเจ้าวัดที่เมืองเลยในเดือนธันวาคมปี 1969 สมัยนั้นท่านได้เห็นการปิดตัวลงของโครงการต่าง ๆ ยกเว้นโรงเรียนซึ่งเจริญขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาคุณพ่อโกโตร ได้เชิญซิสเตอร์จากท่าแร่มาดูแล ซิสเตอร์มาถึงเมืองเลยในวันที่ 13 พฤษภาคม 1971 ซึ่งเวลาน้นมีนักเรียนประมาณ 200 คน
               เกี่ยวกับชื่อของวัดนั้น แต่เดิมใช้ชื่อ “วัดนักบุญอันเดรียน” และดูเหมือนจะได้รับการเปลี่ยนชื่อใหม่ในสมัยนี้ จากทะเบียนผู้รับศีลล้างบาป พบบันทึกชื่อเดิมของวัดถึงวันที่ 18 ตุลาคม 1980 และตั้งแต่ 15 สิงหาคม 1971 เป็นต้นมา ชื่อวัดได้รับการเปลี่ยนใหม่เป็น “วัดพระคริสตเจ้ากษัตริย์แห่งสากลจักวาล”
คุณพ่อไพโรจน์  สมงาม CssR.
               คุณพ่อไพโรจน์ถึงเมืองเลยเพื่อรับตำแหน่งเจ้าวัดในวันที่ 13 กันยายน 1971 เวลานั้นโรงเรียนขึ้นมากจนสามารถเพิ่งตนเองได้ ด้วยจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง การได้บ้านหลังใหม่ ก็อยู่ในสมัยของท่านซึ่งตอนนั้นยังสร้างไม่เสร็จ ตั้งอยู่ใกล้ ๆ โรงเรียน คุณพ่อไพโรจน์ได้สร้างต่อจนเร็จ โดยอาศัยความช่วยเหลืออันเข้มแข็งของ “องสิงห์” ซึ่งพร้อมเสมอที่จะให้ความช่วยเหลือคุณพ่อเจ้าวัด คุณพ่อเจ้าวัดได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ในช่วงปีสุดท้ายในสมัยของท่าน และบ้านหลังนี้ได้กลายเป็นบ้านของคุณพ่อเจ้าวัดตั้งแต่นั้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งอีกสิบปีต่อมา “ครูแจ้ง” บิดาของคุณพ่อไพโรจน์ ได้เข้ามาพักอาศัยอยู่ในช่วงที่กำลังรับการศึกษาอบรมเพื่อเตรียมบวชเป็นสังฆานุกรตลอดชีพ กลุ่มชาวมังก็ยังคงอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ซึ่งกำลังเรียนหนังสืออยู่ แต่ผู้ใหญ่ที่รับศีลล้างบาปแล้วลดจำนวนลง
คุณพ่อไมเคิล เช CssR.
               คุณพ่อไมเคิล เช มารับหน้าที่เจ้าอาวาสต่อจากคุณพ่อไพโรจน์ในเดือนสิงหาคม 1976 ซึ่งในขณะเดียวกันก็ดูแลรับผิดชอบวัดที่บ้านท่าบ่มด้วย ในสมัยของคุณพ่อเช นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายมากด้วยว่ามีปัญหาใหญ่ ๆ สองประการที่ทำให้งานของท่านยุ่งยากเหลือเกิน คือ
1. ปัญหาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์มีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในพื้นที่แถบนี้ หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองในลาวได้สำเร็จ
2. ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในลาว ทำให้มีผู้อพยพจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวมังในลาวทะลักเข้ามา จนทำให้ต้องเปิดศูนย์อพยพขึ้นที่บ้านวินัย อำเภอเชียงคาน การให้ความช่วยเหลือผู้อพยพเรือนหมื่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีโครงการโคเออร์ โครงการนี้เพิ่งจะเริ่มปลายปี 1979 ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่ คุณพ่อแลนด์ ได้เข้ามาทำหน้าที่พ่อเจ้าวัดแทนคุณพ่อเช นับเป็นจุดเริ่มต้นที่คณะธรรมทูตแห่งมาลีนิรมล เข้ามารับหน้าที่ต่อจากคณะพระมหาไถ่ในจังหวัดเลย
คุณพ่อแชล  แลนด์ OMI.
               คุณพ่อแลนด์มาถึงเมืองเลยในวันที่ 11 เมษายน 1979 เพื่อฉลองสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ ท่านได้ทำงานอย่างเข้มแข็ง ได้ปรับปรุงบ้านพักของคุณพ่อของคุณพ่อเจ้าวัด และปลูกต้นไม้จำนวนมาก ในสมัยของท่านได้แบ่งแยกงานการดูแลรับผิดชอบระหว่างวัดกับโรงเรียนออกจกากันอย่างชัดเจน โดยให้ซิสเตอร์เป็นผู้ดูแลโรงเรียนในฐานะเจ้าของและผู้จัดการต่อมาคุณพ่อแลนด์ได้สร้างวัดหลังเล็ก ๆ ในปี 1981 ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายปีทีเดียว ที่ต้องใช้วัดน้อยในบ้านซิสเตอร์เป็รืที่ถวายมิสซาสำหรับสัตบุรุษ วัดหลังใหม่ที่คุณพ่อสร้างขึ้นอยู่ข้าง ๆ บ้านพักพ่อเจ้าวัด มีขนาดพอเหมาะกับจำนวนสัตบุรุษ และเครื่องตกแต่งวัดทั้งหมดได้สร้างขึ้นด้วยพระพรทางงานศิลปะของคุณพ่อแลนด์ นอกจากนั้นเวลาอีกส่วนหนึ่งของคุณพ่อได้ถูกใช้ไปในการดูแลอภิบาลชาวอพยพที่บ้านวินัย ซึ่งมีจำนวนมากถึงประมาณ 50,000 คน
คุณพ่อบรูโน  อาเร็นส์ OMI.
                 คุณพ่อบรูโน มาถึงเมืองเลยในเดือนพฤษภาคม 1983 คือในทันที่ภายหลังจากคุณพ่อแลนด์ล้มป่วยหนักและถูกส่งไปรักษาตัวที่ยุโรป เมื่อหายป่วยแล้วคุณพ่อแลนด์ได้กลับมาพักอยู่กลับคุณพ่อบรูโนระยะหนึ่ง ก่อนที่คุณพ่อแลนด์จะขยับขยายไปแพร่ธรรมที่ อ.เชียงคาน ซึ่งเป็นการขยายงานแแพร่ธรรมในจังหวัดเลย
คุณพ่อปีแอร์ เชอวรูเลท์ OMI.
                 คุณพ่อปีแอร์  เชอวรูเลท์ เคยเป็นมิชชั่นนารีแพร่ธรรมอยู่ในลาวมาก่อน เช่นเดียวกับคุณพ่อแลนด์ ซึ่งได้มาประจำที่จังหวัดเลยอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังมีคุณพ่อเปรอน ฟรังซัว OMI. อีกท่านหนึ่งที่ได้มาทำงานแพร่ธรรมที่จังหงัดเลยตั้งแต่เดือนเมษายน 1987 โดยเป็นคุณพ่อเจ้าวัดประจำอยู่ที่บ้านท่าบ่ม ซึ่งท่านยังจะทำงานอยู่ที่นี่ต่อไปโดยหวังว่า จะสามารถเพิ่มจำนวนคริสตชนให้มีมากขึ้นในจังหวัดเลย
คุณพ่อคริสเตียน  ยีลส์ OMI.
              
คุณพ่อยีลส์  ได้เดินทางมารับหน้าที่เจ้าวัดต่อจากคุณพ่อเชอวรูเลท์ ในเดือนตุลาคม 1991 นอกจากดูแลสัตบุรุษอย่างเข้มแข็งในเขตวัดแล้ว ท่านวังไปเยี่ยมเยียนกลุ่มคริสตชนที่ท่าลี่ ภูหลวง และภูกระดึงอย่างสม่ำเสมออีกด้วย
สรุป
               หลังจาก 25 ปี ของงานแพร่ธรรมในจังหวัดเลย กิจการที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัดโดยไม่มีข้อสงสัยเลยก็คือ โรงเรียน เป็นโรงเรียนประถมโดยมีแผนกอนุบาลรวมอยู่ด้วย ปัจจุบันมีนักเรียนเกือบพันคนทั้งหญิงและชาย โดยมีนักเรียนที่เป็นคาทอลิกเพียง 12 คน และที่กำลังเรียนคำสอนอยู่อีกราว 20 คน จจำนวนคริสตังทั้งหมดประมาณ 70 คน มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่เป็นชาวเลยโดยกำหนอ นอกนั้นบ้างก็มาจากท่าบม บ้างก็มาจากอุดรธานี หรือไม่ก็กรุงเทพ ฯ
                 เพื่อที่จะสามารถเห็นอนาคตที่สดใสของพระศาสนจักรในจังหวัดเลย เราจะต้องเป็นผู้มองโลกในแง่ดีอย่างมากทีเดียว อย่างไรก็ตาม ตัวเมืองที่กำลังขยายอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ ก็ได้สร้างความหวังต่อการขยายตัวของกลุ่มคริสตังที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนี้เช่นกัน